แคลคูลัส 1 : 206111(กลางภาค+ปลายภาค)

จำนวนชั่วโมงเรียน

13 ชั่วโมง

อายุคอร์ส

150 วัน

ราคา

฿1,730.00
ซื้อทั้งคอร์สในราคาที่ถูกกว่า!

รายละเอียด

แคลคูลัส 1 : 206111(กลางภาค+ปลายภาค)

เนื้อหากลางภาค

อนุพันธ์และการประยุกต์(Derivatives and Applications)

💡 คำอธิบายรายวิชา

“อนุพันธ์” คือเครื่องมือสำคัญของคณิตศาสตร์ที่ใช้วิเคราะห์การเปลี่ยนแปลงในโลกจริง — ไม่ว่าจะเป็น ความเร็ว, ความเร่ง, อัตราการเติบโต, หรือ ความชันของกราฟ

คอร์สนี้จะพาคุณเข้าใจแนวคิดตั้งแต่พื้นฐานของลิมิตจนถึงเทคนิคขั้นสูงของการหาอนุพันธ์ พร้อม การประยุกต์ใช้ในสาขาวิศวกรรม ฟิสิกส์ เศรษฐศาสตร์ และระบบควบคุม เพื่อให้คุณมองเห็นว่าทุกสมการที่เรียน มีความหมายเชิงกายภาพและใช้งานได้จริงในโลกของวิศวกรรม

🎯 วัตถุประสงค์การเรียนรู้

เมื่อเรียนจบคอร์สนี้ ผู้เรียนจะสามารถ:

  1. เข้าใจแนวคิดของลิมิตและนิยามของอนุพันธ์อย่างเป็นระบบ
  2. วิเคราะห์การเปลี่ยนแปลงของระบบได้จากแนวคิดทางคณิตศาสตร์
  3. ประยุกต์ใช้อนุพันธ์ในการคำนวณความเร็ว ความเร่ง แรง และการเพิ่มประสิทธิภาพระบบ
  4. เข้าใจที่มาของสูตรอนุพันธ์ ไม่ใช่เพียงการจำสูตร
  5. ใช้เทคนิคดิฟเฟอเรนเชียลเพื่อประมาณค่าผิดพลาดและการเปลี่ยนแปลงเล็ก ๆ ได้อย่างแม่นยำ

📘 เนื้อหาหลักของคอร์ส

  1. พื้นฐานและความหมายของลิมิต (Fundamentals and Meaning of Limits) เข้าใจแนวคิดของลิมิตในเชิงคณิตศาสตร์และความต่อเนื่องของฟังก์ชัน ซึ่งเป็นพื้นฐานของอนุพันธ์
  2. นิยามของอนุพันธ์และที่มาของสูตรอนุพันธ์ (Definition and Origin of Derivative Formulas) เรียนรู้การนิยามอนุพันธ์จากลิมิต และพิสูจน์ที่มาของสูตรอนุพันธ์ที่ใช้บ่อย
  3. สมการเส้นสัมผัส (Tangent Line Equation) เข้าใจแนวคิดของเส้นสัมผัสกราฟ การหาสมการเส้นสัมผัส และการตีความความชันในเชิงฟิสิกส์
  4. สูตรการหาอนุพันธ์ (Rules of Differentiation) ฝึกใช้กฎพื้นฐานของอนุพันธ์ เช่น กฎผลบวก กฎผลคูณ กฎผลหาร และกฎฟังก์ชันประกอบ
  5. อนุพันธ์อันดับสูง (Higher Order Derivatives) ศึกษาการหาอนุพันธ์ซ้ำหลายชั้น เช่น ความเร็วและความเร่งในกลศาสตร์
  6. อนุพันธ์ของฟังก์ชันแฝง (Implicit Differentiation) เทคนิคการหาอนุพันธ์เมื่อฟังก์ชันอยู่ในรูปที่ไม่สามารถแยกตัวแปรได้โดยตรง
  7. เทคนิคการหาอนุพันธ์โดยใช้ลอการิทึมธรรมชาติ (Logarithmic Differentiation) วิธีการเฉพาะสำหรับฟังก์ชันที่มีรูปซับซ้อน เช่น ฟังก์ชันยกกำลังฟังก์ชัน
  8. การพิสูจน์ที่มาของสูตรอนุพันธ์ฟังก์ชันตรีโกณมิติผกผัน (Inverse Trigonometric Functions) ทำความเข้าใจที่มาของสูตรอย่างละเอียด เช่น ddx(sin1x)\displaystyle \frac{d}{dx}(\sin^{-1}x) , ddx(tan1x)\displaystyle \frac{d}{dx}(\tan^{-1}x) เพื่อสร้างความเข้าใจแทนการจำ
  9. การประมาณค่าผิดพลาดโดยใช้ดิฟเฟอเรนเชียล (Error Approximation via Differentials) ประยุกต์แนวคิดอนุพันธ์เพื่อคำนวณและควบคุมความคลาดเคลื่อนในระบบทางวิศวกรรม
  10. การประมาณเชิงเส้น (Linear Approximation) ใช้แนวคิดเส้นสัมผัสเพื่อประมาณค่าฟังก์ชันใกล้ค่าที่ทราบได้ง่ายและรวดเร็ว
  11. การหาลิมิตและกฎของโลปิตาล (L’Hôpital’s Rule) เทคนิคสำคัญในการหาลิมิตของรูปแบบไม่กำหนด เช่น 00\displaystyle \frac{0}{0} , \displaystyle \frac{\infty}{\infty} 
  12. รูปแบบไม่กำหนดของกฎโลปิตาล (Indeterminate Forms) วิเคราะห์และแก้ปัญหารูปแบบพิเศษ เช่น 0,,1,00\displaystyle \displaystyle \displaystyle 0 \cdot \infty , \displaystyle \displaystyle \infty - \infty ,\displaystyle \displaystyle 1^\infty , \displaystyle \displaystyle 0^0 
  13. จุดวิกฤต ค่าสูงสุด–ต่ำสุดสัมพัทธ์ และจุดเปลี่ยนเว้า (Critical Points & Concavity) วิเคราะห์กราฟด้วยอนุพันธ์อันดับหนึ่งและสอง เพื่อหาจุดสูงสุดต่ำสุดของระบบ รวมถึงจุดเปลี่ยนเว้าในการออกแบบโครงสร้างหรือระบบควบคุม

เนื้อหาปลายภาค

1. ปริพันธ์ไม่จำกัด (Indefinite Integral)

คือกระบวนการย้อนกลับของอนุพันธ์ — การหาฟังก์ชัน F(x)\displaystyle \displaystyle F(x) ที่มีอนุพันธ์เท่ากับ f(x)\displaystyle f(x) 

f(x)dx=F(x)+C\displaystyle \int f(x)dx = F(x) + C 

เช่น xndx=xn+1n+1+C,(n1)\displaystyle \int x^n dx = \frac{x^{n+1}}{n+1} + C, \quad (n \neq -1) 

ใช้ในการหาฟังก์ชันต้นแบบ เช่น ตำแหน่งจากความเร็ว, หรือพลังงานจากแรง

2. ปริพันธ์จำกัด (Definite Integral)

ใช้หาค่าพื้นที่ หรือปริมาณรวมในช่วงหนึ่ง

abf(x)dx=F(b)F(a)\displaystyle \int_a^b f(x) dx = F(b) - F(a) 

ตัวอย่างเช่น

  1. หาพลังงานที่ใช้ทั้งหมดในช่วงเวลา [t1,t2]\displaystyle [t_1, t_2] 
  2. หาปริมาตรสารที่ไหลผ่านหน้าตัดท่อ

3. ทฤษฎีบทมูลฐานของแคลคูลัส

เชื่อมโยงระหว่างอนุพันธ์และปริพันธ์

ddx(axf(t)dt)=f(x)\displaystyle \frac{d}{dx}\left(\int_a^x f(t)dt\right) = f(x) 

เป็นพื้นฐานของการหาปริมาณทางฟิสิกส์ เช่น แรงดัน–พลังงาน, สนาม–ศักย์, หรือความเร็ว–ระยะทาง

4. กฎการอินทิเกรตพื้นฐาน

(f(x)±g(x)),dx=f(x)dx±g(x)dx\displaystyle \int (f(x) \pm g(x)) , dx = \int f(x) dx \pm \int g(x) dx 

kf(x)dx=kf(x)dx\displaystyle \int k f(x) dx = k \int f(x) dx 

5. เทคนิคการอินทิเกรต

(1) การแทนค่า u-substitution

f(g(x))g(x)dx=f(u)du\displaystyle \int f(g(x)) g'(x) dx = \int f(u) du 

ใช้เมื่อฟังก์ชันซ้อนกัน เช่น ในสมการพลังงานที่มีตัวแปรย่อย

(2) การอินทิเกรตโดยส่วน (Integration by Parts)

udv=uvvdu\displaystyle \int u dv = uv - \int v du

เช่น ใช้ในสมการคลื่นหรือสมการควอนตัมเมคานิกส์

6. ปริพันธ์ของฟังก์ชันตรีโกณมิติ

sinxdx=cosx+C,cosxdx=sinx+C\displaystyle \int \sin x dx = -\cos x + C, \quad \int \cos x dx = \sin x + C 

sec2xdx=tanx+C,csc2xdx=cotx+C\displaystyle \int \sec^2 x dx = \tan x + C, \quad \int \csc^2 x dx = -\cot x + C

ใช้ในการวิเคราะห์การสั่นของระบบกลศาสตร์หรือคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า

7. การอินทิเกรตโดยใช้ฟังก์ชันยกกำลังและลอการิทึม

exdx=ex+C,1xdx=lnx+C\displaystyle \int e^x dx = e^x + C, \quad \int \frac{1}{x} dx = \ln|x| + C 

ใช้ในสมการการสลายตัวของสารกัมมันตรังสี หรืออัตราการเติบโตของประชากร

8. การหาพื้นที่ใต้กราฟ

A=abf(x)dx\displaystyle A = \int_a^b f(x) dx 

ใช้หาปริมาณรวม เช่น พลังงานรวม, ปริมาตร, มวล, หรือการเปลี่ยนแปลงของอุณหภูมิ

9. การหาปริมาตรของของแข็งที่หมุน (Volume of Revolution)

กรณีหมุนรอบแกน ( x ) :

V=πab[f(x)]2dx\displaystyle V = \pi \int_a^b [f(x)]^2 dx 

เช่น การหาปริมาตรของหยดน้ำ, ทรงกลม, หรือโมเลกุลในแบบจำลอง 3 มิติ

10. การหาพื้นที่ผิวของของแข็งที่หมุน

S=2πabf(x)1+(dydx)2dx\displaystyle S = 2\pi \int_a^b f(x) \sqrt{1 + \left( \frac{dy}{dx} \right)^2} dx 

ใช้ในงานวัสดุศาสตร์หรือชีววิทยา เช่น พื้นที่ผิวของเซลล์หรือฟองอากาศ

11. การหาค่ามวล (Mass) ของวัตถุที่มีความหนาแน่นแปรผัน

m=abρ(x)dx\displaystyle m = \int_a^b \rho(x)dx 

โดยที่ ρ(x)\displaystyle \rho(x) คือความหนาแน่นซึ่งขึ้นกับตำแหน่ง

12. การหาค่าจุดศูนย์กลางมวล (Center of Mass)

xˉ=xρ(x)dxρ(x)dx\displaystyle \bar{x} = \frac{\int x \rho(x) dx}{\int \rho(x) dx} 

ใช้ในการคำนวณสมดุลของระบบทางฟิสิกส์หรือชีวกลศาสตร์

13. การหางาน (Work) ที่แรงกระทำต่อวัตถุ

W=abF(x)dx\displaystyle W = \int_a^b F(x) dx 

เช่น การหาพลังงานที่ใช้ในการดันวัตถุหรือการยกของ

14. การคำนวณปริมาณสารเคมี (Reaction Yield)

ถ้าอัตราการเกิดปฏิกิริยาเป็นฟังก์ชันของเวลา r(t)\displaystyle r(t) 

Q=0Tr(t)dt\displaystyle Q = \int_0^T r(t) dt 

จะได้ปริมาณสารที่เกิดขึ้นในช่วงเวลา [0,T]\displaystyle [0, T] 

15. การประยุกต์ในชีววิทยา: การเติบโตของประชากร

สมการแบบลอจิสติก (Logistic Growth) :

dPdt=rP(1PK)\displaystyle \frac{dP}{dt} = rP\left(1 - \frac{P}{K}\right) 

การแยกตัวแปรแล้วอินทิเกรตจะได้คำตอบเป็น P(t)=K1+Aert\displaystyle P(t) = \frac{K}{1 + Ae^{-rt}} 

16. ค่าเฉลี่ยของฟังก์ชัน (Mean Value of a Function)

favg=1baabf(x)dx\displaystyle f_{\text{avg}} = \frac{1}{b - a} \int_a^b f(x) dx 

ใช้หาค่าเฉลี่ยของอุณหภูมิ, ความเข้มแสง, หรือความเข้มของสนาม

17. ปริพันธ์เชิงตัวเลข (Numerical Integration)

ใช้เมื่อไม่สามารถอินทิเกรตได้ตรง เช่น

  1. กฎของสี่เหลี่ยมคางหมู (Trapezoidal Rule)

abf(x),dxba2[f(a)+f(b)]\displaystyle \int_a^b f(x) , dx \approx \frac{b-a}{2}[f(a) + f(b)] 

  1. กฎของซิมป์สัน (Simpson’s Rule)

abf(x),dxba6[f(a)+4f(a+b2)+f(b)]\displaystyle \int_a^b f(x) , dx \approx \frac{b-a}{6}[f(a) + 4f(\frac{a+b}{2}) + f(b)]

ทั้งหมดนี้คือเครื่องมือสำคัญที่นักวิทยาศาสตร์ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูลจริงจากธรรมชาติ

ตั้งแต่ระดับอะตอมไปจนถึงระดับจักรวาล — “ปริพันธ์” คือภาษาของการสะสมพลังและปริมาณในทุกสาขาวิทยาศาสตร์ 🌌


🔧 ตัวอย่างการประยุกต์จริง

  1. วิเคราะห์ แรงและแรงบิด ในระบบกลศาสตร์
  2. ออกแบบ ระบบควบคุมอุณหภูมิหรือแรงดัน โดยใช้อนุพันธ์เพื่อสร้างสมการตอบสนอง
  3. วิเคราะห์ อัตราการเปลี่ยนแปลงของต้นทุนหรือกำไร ในเศรษฐศาสตร์
  4. เพิ่มประสิทธิภาพระบบด้วยการหาค่า Maximum / Minimum Efficiency

🧠 แนวทางการสอน

เน้นการ “เข้าใจที่มา” มากกว่าการจำสูตร — ผ่านตัวอย่างจากชีวิตจริง, แบบฝึกหัดแบบอินเทอร์แอคทีฟ, และกราฟแสดงการเปลี่ยนแปลงของฟังก์ชันในรูปแบบแอนิเมชัน

หากต้องการ ผมสามารถต่อให้ในรูปแบบ หน้าเว็บคอร์สออนไลน์เต็มรูปแบบ (Landing Page) ที่มี

  1. ภาพประกอบกราฟ/อินโฟกราฟิก
  2. ปุ่มสมัครเรียนที่ใช้งานง่าย


#แคลคูลัสวิศวกรรม #คอร์สออนไลน์แคลคูลัส #เรียนออนไลน์วิศวะ #ติวแคลคูลัส #เรียนแคลคูลัสออนไลน์ #แคลคูลัสสำหรับวิศวะ #เรียนวิศวะออนไลน์ #สอนแคลคูลัส #วิศวกรรมศาสตร์ #ติววิศวะ

#EngineeringCalculus #OnlineCalculusCourse #CalculusForEngineers #LearnCalculusOnline #MathForEngineers #CalculusTutorial #STEMEducation #EngineeringMath #CalculusCourse #UniversityCalculus

Preview

บทเรียน

บทที่ 1
อนุพันธ์และการประยุกต์สำหรับวิทยาศาสตร์
6 ชั่วโมง ฿890.00
บทที่ 2
ปริพันธ์และการประยุกต์สำหรับวิทยาศาสตร์
6 ชั่วโมง ฿890.00
บทที่ 3
สมการอนุพันธ์อันดับหนึ่งเบื้องต้นสำหรับวิทยาศาสตร์
1 ชั่วโมง ฿190.00

ซื้อทั้งคอร์สตอนนี้

ได้รับสิทธิ์เข้าถึงบทเรียนทั้งหมดในคอร์สนี้ในราคาที่ถูกกว่า !