แคลคูลัสสำหรับวิทยาศาสตร์ธรรมชาติ 2 : 206116(กลางภาค+ปลายภาค)

จำนวนชั่วโมงเรียน

11 ชั่วโมง

อายุคอร์ส

150 วัน

ราคา

฿1,450.00
ซื้อทั้งคอร์สในราคาที่ถูกกว่า!

รายละเอียด

แคลคูลัสสำหรับวิทยาศาสตร์ธรรมชาติ 2 : 206116 (กลางภาค+ปลายภาค)

วิชานี้ออกแบบมาเพื่อปูพื้นฐานด้านลำดับ อนุกรม และเทคนิคการวิเคราะห์เชิงคณิตศาสตร์ที่จำเป็นต่อการเรียนวิทยาศาสตร์และงานวิจัยเชิงตัวเลข โดยเน้นความเข้าใจเชิงลึก ควบคู่กับการประยุกต์ใช้จริงในโลกวิทยาศาสตร์ เช่น การประมาณค่า การวิเคราะห์สัญญาณ การคาดการณ์เชิงตัวเลข และการคำนวณเชิงวิศวกรรมเบื้องต้น

1.1 ลำดับอนันต์ และลิมิตของลำดับอนันต์

เริ่มต้นด้วยการทำความเข้าใจ “ลำดับ” (Sequence) ซึ่งเป็นฟังก์ชันจากจำนวนเต็มบวกไปยังจำนวนจริง เช่น a1,a2,a3,\displaystyle a_1, a_2, a_3, \dots 

แนวคิดสำคัญคือ “ลิมิตของลำดับ” ซึ่งบอกพฤติกรรมของลำดับเมื่อ n\displaystyle n มีค่ามากขึ้นเรื่อย ๆ

ตัวอย่างการหาลิมิตของลำดับ เช่น an=1nlimnan=0\displaystyle a_n = \displaystyle \frac{1}{n} \quad \Rightarrow \quad \lim_{n \to \infty} a_n = 0 

นักศึกษาจะได้เรียนรู้ลักษณะการลู่เข้า (convergence) และลู่ออก (divergence) รวมถึงเทคนิคพิสูจน์พื้นฐาน

1.2 สมการเชิงผลต่าง (Difference Equations)

สมการเชิงผลต่างเป็นเครื่องมือสำคัญในงานวิทยาศาสตร์ที่เกี่ยวกับกระบวนการเชิงเวลา ตัวอย่างเช่น การเติบโตของประชากร การคำนวณซ้ำ และแบบจำลองตัวเลขเชิงฟิสิกส์

รูปแบบทั่วไปของสมการเชิงผลต่างอันดับหนึ่ง an+1=ran\displaystyle a_{n+1} = r a_n ซึ่งมีผลเฉลยเป็น an=a0rn\displaystyle a_n = a_0 r^n 

หัวข้อนี้ช่วยให้นักศึกษามองเห็นความเชื่อมโยงระหว่างลำดับ อนุกรม และแบบจำลองในศาสตร์ต่าง ๆ

1.3 อนุกรมจำกัดและอนุกรมอนันต์

อนุกรม (Series) คือผลรวมของลำดับ ซึ่งอาจเป็นแบบจำนวนพจน์จำกัดหรืออนันต์

ตัวอย่างอนุกรมเรขาคณิตแบบจำกัด Sn=a+ar+ar2++arn1=(a)1rn1r\displaystyle \displaystyle S_n = a + ar + ar^2 + \dots + ar^{n-1} = (a) \displaystyle \frac{1 - r^n}{1 - r} ส่วนอนุกรมอนันต์ เช่น n=112n\displaystyle \displaystyle \sum_{n=1}^{\infty} \displaystyle \frac{1}{2^n} อนุกรมอนันต์จะต้องตรวจสอบว่ามีค่าลู่เข้าหรือไม่ ซึ่งนำไปสู่หัวข้อถัดไป

1.4 การทดสอบการลู่เข้าของอนุกรมอนันต์

หัวข้อนี้เป็นแก่นสำคัญของแคลคูลัส 2 เพราะช่วยให้นักศึกษาประเมินได้ว่าอนุกรมมีค่าจริงหรือไม่

ตัวอย่างการทดสอบที่ควรทราบ

แบบเปรียบเทียบ (Comparison Test)

0anbn\displaystyle \displaystyle 0 \leq a_n \leq b_n \quad และ bn\displaystyle \displaystyle \sum b_n ลู่เข้า ➡️ an\displaystyle \displaystyle \sum a_n ลู่เข้า

ทดสอบอัตราส่วน (Ratio Test)

L=limnan+1anถ้าL<1\displaystyle \displaystyle L = \lim_{n\to\infty} \left| \displaystyle \frac{a_{n+1}}{a_n} \right| ถ้า \displaystyle L < 1  อนุกรมลู่เข้า

ทดสอบราก (Root Test)

L=limnannถ้าL<1\displaystyle \displaystyle L = \lim_{n\to\infty} \sqrt[n]{|a_n|} ถ้า \displaystyle L < 1ลู่เข้า

นักศึกษาจะฝึกใช้แต่ละทดสอบให้เหมาะสมกับรูปแบบของอนุกรมที่กำลังวิเคราะห์

1.5 อนุกรมเทย์เลอร์และแมคคลอริน

หัวข้อนี้พานักศึกษาเข้าสู่การ “ประมาณฟังก์ชันด้วยพหุนาม” ซึ่งสำคัญมากในคณิตศาสตร์ประยุกต์ วิศวกรรม คอมพิวเตอร์กราฟิก และฟิสิกส์

อนุกรมเทย์เลอร์ของฟังก์ชัน f(x)\displaystyle \displaystyle f(x)  บริเวณ x=a\displaystyle \displaystyle x = a คือ f(x)=n=0f(n)(a)n!(xa)n\displaystyle \displaystyle f(x) = \sum_{n=0}^{\infty} \displaystyle \frac{f^{(n)}(a)}{n!} (x - a)^n 

ส่วนอนุกรมแมคคลอรินเป็นกรณีพิเศษเมื่อ a=0\displaystyle \displaystyle a = 0 คือ f(x)=n=0f(n)(0)n!xn\displaystyle \displaystyle f(x) = \sum_{n=0}^{\infty} \displaystyle \frac{f^{(n)}(0)}{n!} x^n 

ตัวอย่าง ex=1+x+x22!+x33!+\displaystyle \displaystyle e^x = 1 + x + \displaystyle \frac{x^2}{2!} + \frac{x^3}{3!} + \dots

นักศึกษาจะฝึกใช้อนุกรมเทย์เลอร์เพื่อประมาณค่าแบบจำลองเชิงตัวเลขหรือฟังก์ชันที่คำนวณยาก


2.1 แบบจำลองทางคณิตศาสตร์ผ่านสมการเชิงอนุพันธ์

ผู้เรียนจะได้เข้าใจว่าเหตุการณ์ในธรรมชาติหลายอย่างสามารถอธิบายด้วยสมการเชิงอนุพันธ์ เช่น

การเติบโตแบบเอ็กซ์โพเนนเชียล ➡️ dPdt=kP\displaystyle \frac{dP}{dt} = kP 

การสลายแบบกัมมันตรังสี ➡️ dNdt=λN\displaystyle \frac{dN}{dt} = -\lambda N

การแก้สมการนำไปสู่ผลเฉลยทั่วไป เช่น P(t)=P0ekt,N(t)=N0eλt\displaystyle P(t) = P_0 e^{kt}, \qquad N(t) = N_0 e^{-\lambda t} 

หัวข้อนี้ช่วยให้ผู้เรียนสามารถเชื่อมโยงระหว่างปรากฏการณ์จริงกับแบบจำลองเชิงคณิตศาสตร์ได้อย่างมีเหตุผล

2.2 แผนภาพเฟส จุดดุลยภาพ และเสถียรภาพ

แผนภาพเฟส (Phase Diagram) เป็นเครื่องมือที่ใช้วิเคราะห์พฤติกรรมของสมการเชิงอนุพันธ์โดยไม่ต้องแก้อย่างละเอียด

ตัวอย่างสมการ dydt=y(1y)\displaystyle \frac{dy}{dt} = y(1 - y) 

จุดดุลยภาพคือค่าที่ทำให้อนุพันธ์เป็นศูนย์ y=0,y=1\displaystyle y = 0, \quad y = 1

การวิเคราะห์เสถียรภาพ

  1. ถ้า perturbation เล็ก ๆ ทำให้ระบบกลับคืนจุดเดิม ⇒ เสถียร (stable)
  2. ถ้าระบบไหลออกจากจุด ⇒ ไม่เสถียร (unstable)

ผู้เรียนจะได้ฝึกมองระบบแบบ qualitative โดยไม่จำเป็นต้องแก้สมการทุกครั้ง

2.3 สมการเชิงอนุพันธ์แบบแยกตัวได้ (Separable Differential Equations)

สมการเชิงอนุพันธ์ที่สามารถจัดรูปให้ตัวแปรแยกออกจากกันได้ เช่น dydx=g(x)h(y)\displaystyle \frac{dy}{dx} = g(x)h(y) 

สามารถจัดรูปเป็น 1h(y),dy=g(x)dx\displaystyle \frac{1}{h(y)}, dy = g(x) dx แล้วทำการอินทิกรัลทั้งสองข้าง 1h(y)dy=g(x)dx\displaystyle \frac{1}{h(y)}dy = \int g(x) dx 

วิธีนี้เป็นหนึ่งในเทคนิคพื้นฐานที่สุดสำหรับแก้สมการเชิงอนุพันธ์อันดับหนึ่ง

2.4 สมการเชิงอนุพันธ์อันดับหนึ่งแบบเชิงเส้น

สมการเชิงอนุพันธ์เชิงเส้นอันดับหนึ่งมีรูปแบบ dydx+P(x)y=Q(x)\displaystyle \frac{dy}{dx} + P(x)y = Q(x) 

ใช้วิธีแปลงด้วยตัวประกอบอินทิกรัล (Integrating Factor) μ(x)=eP(x)dx\displaystyle \mu(x) = e^{\int P(x)dx} 

แล้วทำให้สมการอยู่ในรูป ddx(μ(x)y)=μ(x)Q(x)\displaystyle \frac{d}{dx} \left( \mu(x) y \right) = \mu(x) Q(x) 

จากนั้นอินทิกรัลเพื่อหาผลเฉลยทั่วไป

y=1μ(x)(μ(x)Q(x),dx+C)\displaystyle \displaystyle y = \displaystyle \frac{1}{\mu(x)} \left( \int \mu(x) Q(x), dx + C \right) 

เป็นเทคนิคสำคัญที่ใช้ได้หลายสถานการณ์ เช่น ระบบระบายความร้อน หรือการเปลี่ยนแปลงของสารเคมี

2.5 สมการเชิงอนุพันธ์อันดับสองเอกพันธ์

สมการเชิงอนุพันธ์อันดับสองแบบเอกพันธ์มีรูปทั่วไป d2ydx2+bdydx+cy=0\displaystyle \displaystyle \frac{d^2y}{dx^2} + b \frac{dy}{dx} + c y = 0 


แก้โดยใช้สมการลักษณะเฉพาะ (Characteristic Equation) : ar2+br+c=0\displaystyle \displaystyle ar^2 + br + c = 0 

ผลเฉลยแบ่งตามลักษณะของราก

  1. รากจริงต่างกัน ➡️ y=C1er1x+C2er2x\displaystyle \displaystyle y = C_1 e^{r_1 x} + C_2 e^{r_2 x}
  2. รากจริงซ้ำ ➡️ y=(C1+C2x)erx\displaystyle \displaystyle y = (C_1 + C_2 x)e^{rx} 
  3. รากเชิงซ้อน ➡️ y=eαx(C1cosβx+C2sinβx)\displaystyle \displaystyle y = e^{\alpha x} (C_1 \cos \beta x + C_2 \sin \beta x) 

หัวข้อนี้เป็นพื้นฐานของการแก้สมการเคลื่อนที่ แรงสั่น ระบบสปริง–แดมเปอร์ และระบบเชิงฟิสิกส์อื่น ๆ


ฟังก์ชันหลายตัวแปรและอนุพันธ์ย่อย(Natural Science)

คอร์สนี้ออกแบบมาเพื่อให้นักศึกษาวิทยาศาสตร์ธรรมชาติเข้าใจแนวคิดของ ฟังก์ชันหลายตัวแปร และ อนุพันธ์ย่อย (Partial Derivatives) ซึ่งเป็นเครื่องมือสำคัญในการวิเคราะห์ระบบที่มีตัวแปรหลายตัว เช่น อุณหภูมิ ความดัน ความเข้มข้นของสารในปฏิกิริยาเคมี หรือการเคลื่อนที่ในฟิสิกส์

1. ฟังก์ชันหลายตัวแปร

ฟังก์ชันหลายตัวแปรคือฟังก์ชันที่มีตัวแปรอิสระมากกว่าหนึ่งตัว ตัวอย่างเช่น ฟังก์ชันของสองตัวแปร x\displaystyle \displaystyle x และ y\displaystyle y สามารถเขียนได้ว่า z=f(x,y)\displaystyle z = f(x, y) 

โดยที่ค่า z\displaystyle z ขึ้นอยู่กับทั้ง x\displaystyle x และ y\displaystyle y ฟังก์ชันหลายตัวแปรสามารถขยายไปยังสามตัวแปรหรือมากกว่านั้น เช่น w=g(x,y,z)\displaystyle w = g(x, y, z) 

2. อนุพันธ์ย่อย (Partial Derivatives)

เมื่อเราต้องการวัดการเปลี่ยนแปลงของฟังก์ชันหลายตัวแปรตามตัวแปรใดตัวแปรหนึ่ง เราใช้ อนุพันธ์ย่อย ตัวอย่างเช่น อนุพันธ์ย่อยของ f(x,y)\displaystyle f(x, y) ตาม x\displaystyle x

คือ fx=limΔx0f(x+Δx,y)f(x,y)Δx\displaystyle \frac{\partial f}{\partial x} = \lim_{\Delta x \to 0} \frac{f(x+\Delta x, y) - f(x, y)}{\Delta x} เช่นเดียวกัน อนุพันธ์ย่อยตาม y\displaystyle y คือ fy=limΔy0f(x,y+Δy)f(x,y)Δy\displaystyle \displaystyle \frac{\partial f}{\partial y} = \lim_{\Delta y \to 0} \frac{f(x, y+\Delta y) - f(x, y)}{\Delta y} 

อนุพันธ์ย่อยเหล่านี้ช่วยให้เราวิเคราะห์การเปลี่ยนแปลงของระบบในแต่ละทิศทางของตัวแปรอิสระได้อย่างแม่นยำ

3. กฎลูกโซ่สำหรับฟังก์ชันหลายตัวแปร

เมื่อฟังก์ชันหลายตัวแปรขึ้นอยู่กับตัวแปรอื่นๆ อีกชั้นหนึ่ง เราสามารถใช้ กฎลูกโซ่ (Chain Rule) เพื่อหาการเปลี่ยนแปลงได้ เช่น ถ้า z=f(x,y),x=x(t), y=y(t)\displaystyle \displaystyle z = f(x, y), \quad x = x(t), \ y = y(t) 

เราจะได้ว่า dzdt=fxdxdt+fydydt\displaystyle \displaystyle \frac{dz}{dt} = \frac{\partial f}{\partial x} \frac{dx}{dt} + \frac{\partial f}{\partial y} \frac{dy}{dt} 

ซึ่งเป็นพื้นฐานในการวิเคราะห์ระบบไดนามิกและปัญหาการเคลื่อนที่ในฟิสิกส์

4. อนุพันธ์ย่อยอันดับสองและสมการเชิงอนุพันธ์ย่อย

คอร์สนี้ยังครอบคลุม อนุพันธ์ย่อยอันดับสอง เช่น 2fx2,2fxy\displaystyle \displaystyle \frac{\partial^2 f}{\partial x^2}, \quad \frac{\partial^2 f}{\partial x \partial y} 

ซึ่งสำคัญต่อการวิเคราะห์ความโค้งของผิว (curvature) และสมการการกระจายความร้อน (heat equation) หรือสมการคลื่น (wave equation) ในวิทยาศาสตร์ธรรมชาติ

5. การประยุกต์ในวิทยาศาสตร์ธรรมชาติ

  1. ฟิสิกส์ : วิเคราะห์สนามแรง ความดัน หรือพลังงานในระบบที่มีหลายตัวแปร
  2. เคมี : ศึกษาความเข้มข้นของสารและอัตราปฏิกิริยาในปฏิกิริยาหลายขั้นตอน
  3. ชีววิทยา : วิเคราะห์ระบบทางชีววิทยาที่ขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายตัว เช่น การเจริญเติบโตของประชากร

ด้วยคอร์สนี้ นักศึกษาจะสามารถเข้าใจและใช้ เครื่องมือของฟังก์ชันหลายตัวแปรและอนุพันธ์ย่อย เพื่อวิเคราะห์ระบบธรรมชาติอย่างเป็นระบบและมีหลักการ


มาเรียนรู้วิธีทำโจทย์ในคอร์สออนไลน์กันได้เลยครับ



Preview

บทเรียน

บทที่ 1
อนุกรมอนันต์
4 ชั่วโมง ฿500.00
บทที่ 2
อนุกรมเทย์เลอร์แมคลอริน (Taylor Maclaurin)
1 ชั่วโมง ฿99.00
บทที่ 3
สมการอนุพันธ์อันดับหนึ่งเบื้องต้นสำหรับวิทยาศาสตร์
1 ชั่วโมง ฿190.00
บทที่ 4
การแก้สมการอนุพันธ์อันดับสอง : วิธีเทียบสัมประสิทธิ์
1 ชั่วโมง ฿200.00
บทที่ 5
ฟังก์ชันหลายตัวแปรและอนุพันธ์ย่อย(Natural Science)
3 ชั่วโมง ฿690.00

ซื้อทั้งคอร์สตอนนี้

ได้รับสิทธิ์เข้าถึงบทเรียนทั้งหมดในคอร์สนี้ในราคาที่ถูกกว่า !